เทสล่า ทำความรู้จักกับแบรนด์รถไฟฟ้าชั้นนำ

เทสล่า ทำความรู้จักกับแบรนด์รถไฟฟ้าชั้นนำ

เทสล่า ตอนนี้กำลังเป็นที่พูดถึงกันเลยเพราะมีกระแสข่าวและได้มีการเปิดตัวเป็นทางการกับประเทศไทยไปแล้วเพราะตอนนี้ทางเทสล่าได้มาเปิดบริษัทที่นี้และยังได้มีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ากับราคาที่ต้องบอกว่า ว้าว มากๆ เป็นราคาที่น่าสนใจกันเลยทีเดียว ยิ่งประกอบกับที่ช่วงนี้ทางภาครัฐได้สนับสนุนให้มีการรถใช้ไฟฟ้าและยิ่งช่วงนี้รถยนต์ EV เริ่มเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในตลาดรถยนต์ไทยรวมทั้งต่างชาติ

ด้วยราคาของน้ำมันที่พุ่งสูงมากขึ้นไม่มีหยุด ทำให้รถยนต์กระแสไฟฟ้าเป็นตัวเลือกอันดับที่หนึ่งที่ตอบปัญหาคนทุกกรุ๊ป สำหรับ Tesla ที่นับได้ว่าเป็นผู้นำสำหรับในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้านั้นใครหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักที่มาของเทสล่ามากนัก ในวันนี้ทางเราจะพาไปทำความรู้จักกับ Tesla กันให้เพิ่มมากขึ้น ทางเข้า Ufabet

เทสล่า

ที่มา  https://money.kapook.com

ประวัติความเป็นมาของ เทสล่า

เป็นบริษัทยานยนต์ไฟฟ้ารวมทั้งพลังงานสะอาดเชื้อชาติอเมริกัน ตั้งอยู่ใน Palo Alto เมืองแคลิฟอร์เนีย  Tesla จัดตั้งขึ้นในปีคริสต์ศักราช2003 โดยนักธุรกิจคนอเมริกันอย่าง มาร์ติน เอเบอร์ฮาร์ด และก็ มาร์ก ทาร์เพนนิ่ง โดยบริษัทจัดตั้งขึ้นในชื่อ Tesla Motors ซึ่งตั้งตามชื่อของนักคิดค้นคนประเทศอเมริกาเชื้อสายเซอร์เบีย นิโกลา เทสลา
(Nikola Tesla) (นักคิดค้นอัจฉริยะที่ทำให้โลกในขณะนี้มีนวัตกรรมอย่างกระแสไฟฟ้า วิทยุ รวมทั้งหุ่นยนต์) โดยมีเป้าหมายเพื่อพิสูจน์ว่ารถยนต์กระแสไฟฟ้านั้นดีกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน

ต่อมา อีลอน มัสก์ ที่ทุกคนรู้จักดีได้เข้ามาร่วมลงทุนหนึ่งในผู้ให้การสนับสนุน Tesla Motors เป็นคนแรกๆเป็น นักธุรกิจเชื้อสายแอฟริกาใต้โดยมัสก์ นักธุรกิจมองการณ์ไกลจัดตั้งขึ้นบริษัทเทคโนโลยีตรวจสอบอวกาศ SpaceX บริษัทที่มีเป้าหมายให้บริการขนส่งทางอวกาศในราคาเข้าถึงได้ในปี 2002 ก่อนที่จะในปี 2003 มัสก์ ที่ให้ความสนใจในเรื่องรถยนต์กระแสไฟฟ้า อีลอน มัสก์ ควักกระเป๋าลงทุนราคา 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับบริษัท Tesla ในปี 2004 แล้วก็มัสก์ก็ก้าวเข้าไปนั่งในฐานะประธานบริษัทตั้งแต่เมื่อนั้นเป็นต้นมา   วิสัยทัศน์ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้แสดงเกี่ยวกับการปรับแก้วิกฤติปัญหาพลังงานของโลกอย่างเห็นได้ชัดแล้วก็การผลิตยานยนต์ประสิทธิภาพสูงที่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเป้าหมายของ Tesla เป็นการเริ่มต้นด้วยรถยนต์สปอร์ตระดับพรีเมี่ยมที่มีการมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งานในสมัยแรกๆแล้วเริ่มมีการผลิตยานยนต์กระแสหลักมากเพิ่มขึ้น รวมถึงรถยนต์ราคาย่อมเยาด้วย  อย่างไรก็แล้วแต่ 3 ปีถัดมาในปี 2006 Tesla Motors เปลี่ยนแปลงเค้าหน้าอุตสาหกรรมรถยนต์กระแสไฟฟ้าไปชั่วนิจนิรันดร์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าสุดหรู รุ่นต้นแบบ ซึ่งสามารถวิ่งได้ระยะทางมากยิ่งกว่า 300 กิโลต่อการชาร์จเพียงแค่ครั้งเดียวที่ปรับปรุงไปเป็น Tesla Roadster ที่วางจำหน่ายเป็นรุ่นแรก

ถึงแม้โรดสเตอร์จะยุติการสร้างไปแล้วเกือบจะ 10 ปี แต่ว่าเดี๋ยวนี้ Tesla ยังไม่ทิ้งโดยมีการอัปเกรดระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆและได้มีการให้เปลี่ยนแบตเตอรี่โดยให้ลูกค้าชำระเงินค่าเปลี่ยนแปลงราว 100,000 บาท นับว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่สร้างความน่านับถือให้แก่แบรนด์  ต่อมาในปี 2012 เป็นการทำตลาดด้วยรุ่น “โมเดล เอส” (Model S) รถยนต์แบบซีดาน ซึ่งนับได้ว่าเป็นรุ่นที่จุดประกายการบรรลุเป้าหมาย  ความสะดุดตาของ เทสลา โมเดล เอส นั้นอยู่ที่การใส่ระบบขับรถอัตโนมัติ (AutoPilot) ที่ช่วยขับได้จริงพร้อมด้วยมีการอัพเดตฟรีอย่างสม่ำเสมอจาก เมื่อแต่เดิม ระบบขับรถอัตโนมัติอยู่ในระดับ 3 อัปเกรดตอนนี้มาถึงระดับ 4 ขับได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ขับขึ้นแท่นรถยนต์กระแสไฟฟ้าขายดิบขายดี

เทสล่า (Tesla) เปิดตัว Model X สปอร์ต SUV คันแรกในปี 2015

รถยนต์ 7 ที่นั่งซึ่งสามารถทำระยะทางได้มากกว่า 500 กม.ต่อชาร์จที่มีความสะดุดตาด้วยขนาดที่ใหญ่รวมทั้งมีประตูบานข้างหลังเปิด-ปิดแบบปีกนกอินทรี รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความสำเร็จ  ส่วนรุ่นปัจจุบันที่พร้อมจัดจำหน่ายอย่างเช่น โมเดลวาย (Model Y) รถยนต์แบบสารพัดประโยชน์ขนาดกระชับที่ใช้รากฐานเดียวกับโมเดล 3 ในการพัฒนา แม้กระนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่านิดหน่อย รองรับได้มากถึง 7 ที่นั่ง ระยะทางวิ่งไกลสุด 480 กิโลเมตร แน่ๆว่ายอดจองดังที่ได้กล่าวมาแล้วสร้างการปรากฏและก็ความระทึกใจให้แก่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์ขนานใหญ่ ทำให้ทุกค่ายรถยนต์จำต้องรีบปรับปรุงรถยนต์กระแสไฟฟ้าของตนออกมา

เทสล่า

ที่มา www.carsome.co.th

สรุป

และนี้คือที่มาของ เทสล่า (Tesla) บริษัทยานยนต์กระแสไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลก ที่ปรับปรุงตลอดอย่างก้าวกระโดด ที่ทำให้ Tesla เปลี่ยนเป็นแบรนด์รถยนต์ที่กล้าแกร่งสามารถสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้ให้ลูกค้าได้ด้วยประสิทธิภาพของตัวผลิตภัณฑ์เองโดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์กันเลย